บทบาทของ Fintech ที่มีส่วนช่วยสร้างระบบการเงินโลกที่ยั่งยืน

สำหรับระบบการชำระเงินทั่วโลก เคนเคยเป็นผู้ก่อตั้ง Zynga Foundation ที่ใช้เกมส์ดิจิทัลเพื่อสร้าง social impact และส่งมอบเงินบริจาคการกุศลมูลค่ากว่า 25 ล้านเหรียญผ่านเกมส์ยอดนิยมเช่น FarmVille Words และ With Friends เขายังเคยดำรงตำแหน่ง COO ของโครงการ The ONE Campaign ซึ่งช่วยขจัดปัญหาความยากจนและการป้องกันโรคระบาดโดยเฉพาะในแถบแอฟริกา

joker123

การแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัส โควิด-19 ได้เร่งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการเงินและกระตุ้นให้เกิดการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนกลายเป็นกระแสใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 15% ในปีนี้เพียงปีเดียว เนื่องจากผู้บริโภคมองหาโซลูชันการชำระเงินที่รวดเร็วและเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีฟินเทค (fintech) จึงมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำการเงินระดับโลกที่มุ่งเน้นการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

สล็อต

เมื่อสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่และบล็อกเชนแพร่หลายมากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเหล่านี้ในวงกว้าง ตามที่มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน ปริมาณการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเนื่องมาจากการทำธุรกรรมภาคการเงินในโลกทุกวันนี้นั้นสูงอย่างน่าตกใจ อีกทั้งระบบการเงินแบบดั้งเดิมยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก (carbon footprint) ปริมาณมหาศาล

สล็อตออนไลน์

นอกจากนี้ยังเป็นที่รับรู้กันอย่างเปิดเผยว่ากระบวนการขุด cryptocurrency นั้นใช้พลังงานจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ประเทศโปรตุเกสใช้พลังงาน 1,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (KWh) ในแต่ละปี ในขณะที่ 40 ล้านธุรกรรมที่เกี่ยวกับ bitcoin สิ้นเปลืองพลังงานไปมากถึง 28,000 ล้าน KWh หรือเทียบเท่ากับเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 2,200 ล้านแกลลอน

jumboslot

ถึงเวลาที่นักพัฒนานวัตกรรม Fintech ต้องนำทัพเอง
ผู้นำ Fintech ทั้งหลายคือผู้ที่ได้รับโอกาสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในการใช้ประโยชน์จากช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเทคเพื่อสร้างและออกแบบอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับโลกการเงินในขณะนี้ ในฐานะผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมฟินเทค บอกได้เลยว่าคุณอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำในการพิสูจน์ให้เห็นว่าภาคการเงินสามารถบรรลุเป้าประสงค์ในการทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ได้จริง

เช่นเดียวกับระบบอื่นใดที่มีความซับซ้อน การสร้างระบบนิเวศบล็อกเชนที่ยั่งยืนเสียตั้งแต่เริ่มต้นย่อมจะง่ายกว่าการ “ปรับเปลี่ยนหรือรีเอ็นจิเนียร์” ในขั้นตอนถัดๆ ไปในภายหลัง งานวิจัยอิสระแสดงให้เห็นว่าในขณะนี้จนถึงปี 2566 น่าจะเป็นช่วงปีที่สำคัญที่สุดของการเติบโตในการยอมรับสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ซึ่งรวมถึง BTC, ETH และ XRP ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เทคโนโลยีทางการเงินเช่นบล็อกเชนและคริปโตจะต้องเป็นกรีนเทคโนโลยีและต้องสามารถรับมือกับปัญหาและภาระด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นในอนาคตของโลกการเงินให้ได้

slot

ระบบการเงินแบบดั้งเดิมต่างก็กำลังดำเนินการเพื่อลดผลกระทบโดยรวมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทการลงทุนที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ Blackrock กำลังกระตุ้นให้ลูกค้าคิดทบทวนการลงทุนโดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ยั่งยืนและมีส่วนร่วมกับบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวกับความเสี่ยงทางด้านสภาพภูมิอากาศ ในทำนองเดียวกันสถาบัน Rocky Mountain เพิ่งเปิดตัว Center for Climate Aligned Finance ซึ่งได้รับการตอบรับและร่วมสร้างพันธกิจจาก Wells Fargo, Goldman Sachs, Bank of America, JPMorgan Chase และอื่นๆ

ความมุ่งมั่นของ Ripple ในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ภายในปี 2573
ด้วยความเห็นพ้องต้องกันทั่วโลกเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในทุกแวดวงอุตสาหกรรม Ripple จึงดำเนินการอย่างหาญกล้าด้วยการเอ่ยคำมั่นสัญญาที่จะบรรลุเป้าหมายของการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 โดยผสานรวมทั้งในแง่ของการลดปริมาณการปล่อยก๊าซ การซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร และการลงทุนในเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการกำจัดคาร์บอนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ

เพื่อที่จะเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนสำหรับภาคธุรกิจการเงินอย่างแท้จริง Ripple ยังได้ร่วมมือกับ Energy Web Foundation ในการร่วมสร้าง EW Zero ซึ่งเป็นเครื่องมือโอเพ่นซอร์สตัวใหม่ที่จะช่วยให้บล็อกเชนใดๆ ลดคาร์บอนผ่านการซื้อพลังงานหมุนเวียนในตลาดท้องถิ่นทั่วโลก XRP Ledger ซึ่ง Ripple ใช้ประโยชน์จากการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เริ่มใช้ทูลส์ EW Zero ในการซื้อพลังงานสะอาด ทำให้เป็นบริษัทบล็อกเชน carbon-neutral รายใหญ่เจ้าแรกที่ประเดิมก่อนใคร ด้วยการคาดการณ์ว่ามูลค่าปริมาณธุรกรรมของ XRP จะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 750 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 พันธกิจในการบรรลุเป้าหมาย carbon net-zero นี้จะช่วยส่งผลต่อการประหยัดพลังงานในปริมาณมหาศาล

การยอมรับแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวางภายในแวดวงการเงินทั่วโลกคงไม่สามารถเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ผู้นำในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบเสียแต่ตอนนี้เพื่อลดการใช้พลังงาน หากองค์กรเลือกที่จะนิ่งเฉยและปล่อยให้เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นเผยการใช้พลังงานที่ไม่สะอาดในปริมาณมากย่อมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ หากผู้นำฟินเทคจับมือกับผู้สร้างนวัตกรรมริเริ่มด้านพลังงานสะอาดและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านการเงินทั่วโลก ฟินเทคจะสามารถนำเสนอมาตรการที่ยั่งยืนเพื่อรับประกันโลกอนาคตดิจิทัลที่เป็นสีเขียว และช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกภายในปี 2593 ซึ่งเป็นเป้าหมายทางด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้สำหรับโลกภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement)

Tagged: Tags