วิธีการ ดูแลเม่นแคระ

วิธีการ ดูแลเม่นแคระ

jumbo jili

เม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงที่เยี่ยมยอดมาก สำหรับเจ้าของผู้มีความอดทนและอุทิศตน เม่นแคระแอฟริกัน (the African Pygmy Hedgehog) เป็นลูกผสมระหว่างเม่นป่าสองสายพันธุ์จากแอฟริกา จนได้สายพันธุ์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงซึ่งขึ้นชื่อว่าฉลาด เป็นมิตร และเป็นเพื่อนผู้อยู่ด้วยกันได้อย่างเบิกบานใจสำหรับเจ้าของผู้อุทิศตน เม่นแคระก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ที่คุณสมควรจะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมัน และเกี่ยวกับการดูแลเอาใจใส่ที่สัตว์ชนิดนี้ต้องการ เพื่อช่วยคุณตัดสินใจว่ามันคือสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสม กับลักษณะการใช้ชีวิตของคุณหรือไม่ จงทำให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความต้องการเรื่องที่อยู่อาศัย และความต้องการเรื่องอาหารของมัน คุณจะได้พร้อมที่จะพามันกลับไปบ้านด้วย และดูแลให้ดีที่สุดที่จะทำได้

สล็อต

การเลือกและพาเม่นแคระของคุณกลับบ้าน
ตรวจสอบว่าในบริเวณที่คุณอาศัยอยู่นั้น สามารถเลี้ยงดูเม่นแคระได้อย่างถูกกฎหมาย. ถือกันว่าเม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (an exotic pet) ซึ่งการที่จะเลี้ยงสักตัวหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับกฎหมายในรัฐหรือประเทศของคุณ ในบางแห่งนั้น การเลี้ยงเม่นแคระอาจผิดกฎหมาย ในบางแห่งคุณอาจต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ จงตรวจสอบกฎข้อบังคับของเขต จังหวัด และรัฐเพื่อเรียนรู้กฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการครอบครองสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษในแถวบ้านของคุณให้มากขึ้น
ากคุณต้องการความช่วยเหลือในการค้นหากฎข้อบังคับพิเศษในรัฐที่คุณอยู่ หรือคุณจำเป็นต้องหาบ้านที่ปลอดภัยให้กับเม่นแคระซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้คุณเลี้ยง ให้ติดต่อกับองค์กรสิทธิสัตว์ หรือองค์กรเฉพาะสำหรับเม่นแคระ
เลือกชื้อเม่นแคระของคุณจากผู้เพาะพันธุ์ผู้มีใบอนุญาต. เม่นแคระซึ่งซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ที่มีความรับผิดชอบน่าจะรู้จักการผูกสัมพันธ์ได้ดีกว่า และเป็นเพราะผู้เพาะพันธุ์คุ้นเคยกับพ่อแม่ของมัน จึงมีโอกาสดีกว่าที่คุณจะได้สัตว์เลี้ยงซึ่งมีสุขภาพดีกว่า นั่นหมายความว่า มีความสำคัญที่จะหาผู้เพาะพันธุ์ “ที่ดี” หากไม่ทำเช่นนั้น คุณอาจจบลงด้วยเม่นแคระที่ชอบอารมณ์เสียหรือป่วย
จงดูให้แน่ใจว่าผู้เพาะพันธุ์มีเม่นแคระในสต็อกซึ่งมีคุณภาพ มีประวัติที่มาและแหล่งสายพันธุ์ ซึ่งไม่ได้เป็นโรควับเบิล (WHS) อันเกิดจากยีนด้อย (เลือดชิด) หรือมีโรคมะเร็งในสายเลือด
จงตรวจดูว่าผู้เพาะพันธุ์มีใบอนุญาตจาก USDA หากเป็นในสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้เพาะพันธุ์เม่นแคระต้องมีใบอนุญาตจาก USDA กระบวนการซื้อขายเกี่ยวข้องกับงานเอกสารซึ่งผู้เพาะพันธุ์ต้องแจ้งหมายเลขใบอนุญาตให้คุณทราบด้วย สำหรับในประเทศไทย ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้
จงระมัดระวังผู้เพาะพันธุ์ที่โพสต์ขายเม่นแคระในเครือข่ายชุมชนออนไลน์ เครกส์ลิสต์ หรือโฆษณาออนไลน์อื่นๆ
สอบถามผู้เพาะพันธุ์ว่ามีข้อเสนอรับประกันสุขภาพใดๆ หรือไม่ นโยบายอาจแตกต่างกันไป แต่คุณน่าจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นกับสิ่งที่เลือก หากผู้เพาะพันธุ์เสนอทางเลือกว่า สามารถนำเม่นแคระมาคืนหรือเปลี่ยนตัวได้ หากเกิดปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดฝันตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งนี้ยังจะช่วยให้ผู้เพาะพันธุ์ได้เตรียมพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางสายพันธุ์ด้วย ดังนั้น การวิตกเรื่องนี้เป็นสัญญาณแสดงว่าเป็นผู้เพาะพันธุ์เจ้าที่มีความรับผิดชอบ
ตรวจดูว่าเม่นแคระมีสุขภาพดี. มีสัญญาณบ่งชี้หลายประการที่คุณสามารถมองหาในเม่นแคระที่มีสุขภาพดีสักตัวหนึ่ง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ
ตาใส: เม่นแคระสมควรจะดูตื่นตัว ดวงตาไม่สมควรจะมีขี้ตากรัง ตาลึกโหล หรือบวม
ขนและหนามเม่นสะอาด: การที่เม่นแคระเนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยน้ำลายของตัวมันเองเป็นเรื่องปกติ (ดูภาพล่าง) แต่การมีชิ้นส่วนมูลของมันรอบๆ ทวารหนัก อาจบ่งชี้ว่าเป็นโรคอุจจาระร่วง หรือมีปัญหาสุขภาพสำคัญๆ ซุกซ่อนอยู่
ผิวหนังสุขภาพดี: ผิวหนังที่ตกสะเก็ดรอบๆ ขนเม่น อาจบ่งชี้ถึงผิวแห้ง หรือมีเห็บ หากเป็นอย่างหลัง คุณจะจำเป็นต้องบำบัดรักษา ให้มองหาตัวไรเช่นเดียวกัน (จุดสีน้ำตาลเล็กขนาดเท่าหัวเข็มหมุดที่กระโดดได้เร็ว) อาการเหล่านี้จำเป็นต้องรักษา
ไม่มีสะเก็ดแผลหรืออาการบาดเจ็บ: หากมีสะเก็ดแผลหรืออาการบาดแผล ผู้เพาะพันธุ์สมควรจะอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และสมควรจะเห็นได้ชัดว่าบาดแผลของเม่นแคระตัวนั้นกำลังสมานอย่างดี แม้ว่าเม่นแคระบางตัวสามารถรอดตายจากอาการบาดเจ็บในวัยทารก (เช่น ตาบอด เสียขาข้างหนึ่ง ฯลฯ) สามารถใช้ชีวิตที่สุขภาพดีและมีความสุข แต่คุณจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการดูแลที่สัตว์ตัวนั้นต้องการ และพิจารณาว่าจริงๆ แล้ว คุณสามารถจัดการให้ได้หรือไม่
ตื่นตัว: เม่นแคระสมควรตื่นตัว และระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ใช่เฉื่อยชา และไม่รู้ร้อนรู้หนาว
มูลของเม่นแคระ: ตรวจดูว่าไม่มีมูลสีเขียว หรือเป็นโรคอุจจาระร่วง หากมี อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเม่นแคระมีปัญหาสุขภาพบางประการ
มีน้ำหนักปานกลาง: เม่นแคระที่เป็นโรคอ้วน จะมี “ถุง” ไขมันรอบๆ รักแร้ และไม่อาจจะม้วนตัวกลมเป็นลูกบอลได้ ส่วนเม่นแคระที่ผอมบางเกินไปก็มีท้องเว้ากับสีข้างที่กลวงโบ๋ ซึ่งทั้งสองแบบเป็นสัญญาณว่าเม่นแคระมีปัญหาสุขภาพ
เท้าที่มีสุขภาพดี: เล็บเท้าสมควรตัดสั้นมากพอที่จะไม่งอโค้งเข้าไปอยู่ใต้เท้า หากเล็บเท้ายาวเกินไป จงขอให้ผู้เพาะพันธุ์สาธิตวิธีตัดเล็บให้คุณดู

สล็อตออนไลน์

พาเม่นแคระกลับบ้านอย่างเหมาะสม. ก่อนจะซื้อ จงทำให้แน่ใจว่าคุณมีทุกสิ่งที่จำเป็นจัดเตรียมไว้ และพร้อมที่จะเริ่มเลี้ยง จงให้เวลาเม่นแคระอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพื่อทำความคุ้นเคยกับคุณ กับกลิ่นใหม่ๆ และกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มันเพิ่งจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต!
จับเม่นแคระทุกวันในระหว่างที่ปล่อยให้คุ้นเคยกับคุณ อาจทำได้ง่ายๆ โดยวางมันลงบนตักของคุณ และพูดคุยด้วย เพื่อให้มันวางใจในตัวคุณ ส่งเสริมความเชื่อใจด้วยการใช้มือป้อนอาหารให้ และวางเสื้อยึดตัวที่คุณใส่มาทั้งวันไว้ในที่อยู่ของเม่นแคระ เพื่อให้มันคุ้นเคยกับกลิ่นของคุณ
เตรียมตัวให้พร้อมที่มันจะเลอะเทอะไปด้วยน้ำลาย หรือถ่มน้ำลายใส่ตัวเอง. หนึ่งในอุปนิสัยที่ไม่ปกติที่สุดของเม่นแคระคือ การมีน้ำลายมากกว่าปกติ เวลาเจอกับอาหารใหม่ กลิ่นใหม่ หรือเกลือ มันจะบิดตัวเองเป็นรูปตัวเอส หันหัวไปทางก้นแล้วถ่มน้ำลายใส่ขนเม่นของมัน ในขณะที่ยังไม่มีใครแน่ใจได้ว่า ทำไมมันถึงได้ทำแบบนั้น มีสมมุติฐานว่าการทำเช่นนั้นอาจช่วยทำให้ขนเม่นเป็นอาวุธที่ดีขึ้น โดยเคลือบด้วยด้วยสารที่สร้างความระคายเคือง ด้วยเหตุผลนี้ คุณอาจจะสังเกตได้ถึง การระคายเคืองเล็กๆ ในตอนแรกที่จับต้องเม่นแคระ
หาบ้านให้เม่นแคระของคุณ
จัดหาที่พักดีๆ. เม่นแคระต้องการกรงขนาดใหญ่เพื่อจะอยู่ได้อย่างสดวกสบาย: พวกมันชอบสำรวจสถานที่อยู่ และอาณาบริเวณตามธรรมชาติของพวกมันคือเส้นผ่าศูนย์กลาง 650- 1000 ฟุต (198 – 305 ม) ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่คุณต้องพิจารณาด้วย เช่นเดียวกับการซื้อกรงสักกรงหนึ่งสำหรับเพื่อนใหม่ตัวนี้
เม่นแคระต้องการพื้นที่ซึ่งใหญ่มากพอ กรงสมควรมีขนาดอย่างต่ำ 18 x 24 นิ้ว (45.7 x 61 ซม) แต่หากคุณสามารถหาพื้นที่ได้กว้างกว่านั้น ยิ่งมากก็ยิ่งดี กรงขนาด 24 x 30 นิ้ว (61 x 76 ซม) น่าใช้มากกว่า และถ้าเป็นขนาด 30 x 30 นิ้ว (76 x 76 ซม) ก็เหลือเฟือดีมาก
ด้านต่างๆ ของกรงสมควรสูงประมาณ 16 นิ้ว (40.6 ซม) ในขณะที่บางคนแนะนำให้ใช้ฝาผนังที่อ่อนนุ่ม คนอื่นๆ กลับเตือนว่าการระบายอากาศในสถานที่ซึ่งด้านข้างมีความอ่อนนุ่มนั้นทำได้ยากกว่า จงตระหนักว่าด้านข้างของกรงที่เป็นลวดอาจสร้างปัญหาได้ หากเม่นแคระของคุณชอบปีนป่าย! เม่นแคระเป็นเจ้าแห่งศิลปะในการหลบหนี จงทำให้แน่ใจว่ากรงปลอดภัยเพราะมีฝาปิด หรือหากกรงไม่มีฝาปิดด้านบน ก็ต้องมีด้านข้างที่เม่นแคระไม่อาจจะปีนหนีได้
บ้านของเม่นแคระสมควรมีพื้นแข็ง เพราะขาขนาดจิ๋วของพวกมันอาจลื่นตกพื้นซึ่งเป็นลวดได้ ทำให้บาดเจ็บ
บ้านของเม่นแคระสมควร ไม่ สูงเกินหนึ่งชั้น เพราะเม่นแคระสายตาสั้น และขาของพวกมันหักได้ง่ายเสียเหลือเกิน กรงลวดที่พวกมันสามารถปีนได้ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากว่าคุณมีเม่นแคระยอดนักปีนป่าย! เวลาคิดเรื่องซื้อหรือสร้างกรงขึ้นมา จงพิจารณารวมถึงพื้นที่สำหรับวางชามอาหาร ของเล่น กับถาดทรายอนามัยด้วย
ทำให้แน่ใจว่ากรงมีการระบายอากาศที่ดี สมควรมีการหมุนเวียนของอากาศตลอดเวลา เวลาเดียวที่คุณสมควรขัดขวางกระแสลมคือ เมื่ออุณหภูมิของห้องลดลงอย่างรวดเร็ว (ตัวอย่างเช่นในระหว่างที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า) และคุณจำเป็นต้องใช้ผ้าห่มผืนหนึ่งห่อหุ้มกรงเอาไว้
เลือกวัสดุปูรองพื้นกรงที่ดี. เม่นแคระชอบเศษไม้จากการไสกบ แต่จงทำให้แน่ใจว่าคุณใช้เศษไม้แอสเพน ไม่ใช่เศษไม้ซีดาร์ เพราะชนิดหลังมีสารฟินอลที่ก่อมะเร็ง (น้ำมันอะโรมาติก) เมื่อสูดดมเข้าไปสามารถก่อมะเร็งได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือ คุณสามารถปูรองกรงด้วยผ้าที่มีความเหนียว (เช่น ผ้าทอลายสอง ผ้าสักหลาด ผ้าขนแกะ) โดยตัดตามขนาดของพื้นกรง
แคร์เฟรชเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่คล้ายกับกระดาษแข็งสีเทาบดเป็นชิ้นเล็กๆ บางคนแนะนำให้ใช้เป็นวัสดุปูรองพื้นกรง แต่จงระวังเพราะเศษชิ้นส่วนเล็กๆ อาจเข้าไปติดในอวัยวะสืบพันธุ์ของเม่นแคระเพศผู้ได้ หรือติดในระหว่างซอกขนเม่น รวมทั้งระวังด้วยว่าสูตรใหม่สูตรหนึ่งของวัสดุปูรองพื้นกรงยี่ห้อแคร์เฟรช อาจเป็นอันตรายต่อเม่นแคระของคุณได้
ตกแต่งกรงเม่นแคระ. คุณจำเป็นต้องเพิ่มเติมของสี่ห้าอย่างในกรงเม่นแคระ เพื่อตอบสนองความต้องการของมัน
จุดหลบซ่อน: เพราะเม่นแคระมีพื้นฐานเป็นสัตว์ผู้เป็นเหยื่อซึ่งออกหากินในป่าตอนกลางคืน เม่นแคระจึงต้องการเขตปลอดภัยสำหรับ “ขอเวลานอก” จากสายตาสอดรู้สอดเห็น แสงสว่าง และความเคลื่อนไหวโดยทั่วไป บ้านหลังเล็กรูปร่างแบบกระท่อมน้ำแข็งของชาวเอสกิโม หรือถุงนอนจะใช้ได้ดี
วงล้อวิ่งออกกำลังสำหรับเม่นแคระ เม่นแคระจำเป็นต้องออกกำลังกายมากๆ และวงล้อก็สมบูรณ์แบบสำหรับการวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ของสัตว์กลางคืนอย่างพวกมัน วงล้อสมควรมีพื้นแข็ง หากเป็นตาข่ายหรือลูกกรงมีแนวโน้มจะทำให้เม่นแคระติด อาจทำให้นิ้วเท้าขาดหรือถึงกับแข้งขาหัก
คุณจะต้องทำให้วัสดุปูพื้นกรงพ้นน้ำอยู่ตลอดเวลา เพราะสารเคมีต่างๆ จากวัสดุเหล่านี้อาจลงไปปะปนในน้ำดื่มของเม่นแคระ และอาจจะฆ่ามันได้อย่างน่าเศร้าใจ
จัดวางถาดทรายอนามัยโดยมีขอบถาดกว้างไม่เกินครึ่งนิ้ว เพื่อให้เม่นแคระเข้าไปใช้ได้ง่าย และช่วยป้องกันไม่ให้ขาหัก จงทำให้แน่ใจว่าคุณใช้ทรายแมว เฉพาะชนิดที่ไม่จับตัวเป็นก้อนเท่านั้น หากคุณตัดสินใจใช้ถาดทรายอนามัย หรือจะใช้กระดาษชำระอเนกประสงค์ก็ได้ ถาดทรายอนามัยต้องมีขนาดใหญ่พอสำหรับตัวเม่นแคระ และคุณสมควรทำความสะอาดทุกวัน คุณสามารถใช้ถาดรองอบคุ้กกี้หรือกล่องพลาสติกขนาดเล็กที่มีขายทั่วไป เจ้าของเม่นแคระส่วนใหญ่จะวางถาดใบเล็กนี้ไว้ใต้วงล้อวิ่งออกกำลัง เพราะที่นั่นคือจุดที่เม่นแคระทำกิจกรรมส่วนใหญ่ของพวกมัน

jumboslot

ทำให้แน่ใจเรื่องอุณหภูมิที่เหมาะสม. เม่นแคระต้องการอุณหภูมิที่อุ่นกว่าเล็กน้อย จากอุณหภูมิห้องของผู้คนส่วนใหญ่ คือประมาณ 72ºฟ (22.2ºซ) ถึง 80ºฟ (26.6ºซ) หากอุณหภูมิหนาวเย็นกว่านี้ เม่นแคระน่าจะพยายามจำศีล ซึ่งอาจทำให้มัน ตาย ได้ (เพราะอาจทำให้เป็นนิวมอเนีย) ส่วนหากอุณหภูมิสูงกว่านี้มาก มันก็จะเครียดเพราะร้อน จงปรับอุณหภูมิห้องหากเห็นเม่นแคระนอนกางแขนกางขาอยู่ในกรง ราวกับว่ามันร้อน หากมันเซื่องซึม หรืออุณหภูมิร่างกายเย็นกว่าปกติ จงทำให้มันอุ่นในทันที โดยใส่ไว้ใต้เสื้อเชิ้ตของคุณ และใช้ความร้อนจากตัวคุณให้ความอบอุ่นกับมัน
หากเม่นแคระยังตัวเย็นหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง จงรีบพาไปหาสัตว์แพทย์โดยด่วน
ให้อาหารเม่นแคระของคุณ
จงให้อาหารหลากหลายแก่เม่นแคระ. เม่นแคระมีพื้นฐานเป็นสัตว์กินแมลง แต่พวกมันก็ลิ้มลองอาหารอื่นๆ เช่น ผลไม้ ผัก ไข่ และเนื้อด้วย พวกมันมีแนวโน้มที่จะอ้วนท้วน จึงต้องดูแลเรื่องอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำหนักมากเกินไป เม่นแคระที่มีน้ำหนักเกินจะไม่อาจม้วนตัวได้ และอาจมี “ถุง” ไขมันห้อยลงมา ซึ่งจะยิ่งขัดขวางความสามารถในการเดินของมัน
เลือกอาหารที่มีคุณภาพ. ในขณะที่ยังเป็นปริศนาเรื่องปริมาณความต้องการอาหารของเม่นแคระ ก็ถือกันว่าอาหารเม็ดคุณภาพสูงสำหรับแมว เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับอาหารหลัก และสมควรเสริมด้วยอาหารหลากหลาย ดังที่ได้ระบุไว้ข้างล่าง อาหารแมวที่คุณเลือกใช้สมควรมีไขมันต่ำกว่า 15% และมีโปรตีนระหว่าง 32-35% จงมองหาอาหารเกษตรอินทรีย์ (organic) หรืออาหารที่คำนึงถึงสุขภาพโดยรวม (holistic) – จงหลีกเลี่ยงอาหารเม็ดที่มีรายการส่วนผสมเป็นพวกเศษเนื้อ ข้าวโพด และสิ่งที่คล้ายๆ กัน จงให้อาหารเม็ดสำหรับแมว 1-2 ช้อนโต๊ะทุกวัน
หลีกเลี่ยงอาหารเม่นแคระคุณภาพต่ำ เพราะมีแนวโน้มจะใช้ส่วนผสมคุณภาพเลวจำนวนมาก ส่วนอาหารเฉพาะสำหรับเม่นแคระที่มีคุณภาพสูงกว่าซึ่งอาจยอมรับได้ เช่น ยี่ห้อ ลาวิยง โอลด์ มิล และ เอจท์-อิน-วัน ( L’Avian, Old Mill, and 8-in-1)
เทอาหารเม็ดทิ้งไว้ให้หากคุณไม่อยู่ช่วงมื้อกลางวัน. เจ้าของหลายคนทิ้งอาหารไว้ให้เม่นแคระกินตามสบาย จงให้อาหารเพียงแค่มากพอที่จะมีเหลือในปริมาณเพียงเล็กน้อย
จงให้อาหารหลากหลายชนิดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาขาดแคลนสารอาหาร. เสริมอาหารเม็ดที่เป็นอาหารหลักด้วยอาหารอื่นจำนวนเล็กน้อย คือเพียงแค่หนึ่งช้อนโต๊ะทุกวันหรือวันเว้นวัน โดยมีตัวอย่างพอเป็นแนวคิดดังนี้
ไก่ ไก่งวง หรือ ปลาแซลมอนไร้หนัง ปรุงสุกโดยไม่ปรุงรส แล้วนำมาบด
ผลไม้และผักหั่นชิ้นเล็กๆ เช่น แตงโม ลูกแพร์หรือมันเทศบดปรุงสุก หรือซอสแอปเปิล[12]
ไข่คนหรือไข่ต้มแข็งหั่นฝอย
หนอนนก จิ้งหรีด และหนอนแว๊กซ์ (หนอนผีเสื้อกลางคืน): เป็นอาหารพิเศษสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับเม่นแคระ ในฐานะที่มันเป็นสัตว์กินแมลง นอกเหนือจากคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นต่อชีวิต สมองของพวกมันยังจำเป็นต้องได้รับแรงกระตุ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการจับกินเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ จงให้อาหารประเภทแมลงสี่ห้าตัวสัปดาห์ละหนึ่งถึงสี่ครั้ง แต่ อย่า ให้แมลงที่คุณจับมาเองแก่เม่นแคระ (ตัวอย่างเช่น แมลงที่คุณจับมาจากสนามหญ้าของบ้าน) เพราะพวกมันอาจมียาฆ่าแมลงที่เป็นพิษในระบบต่างๆ ของร่างกาย หรือมีพยาธิซึ่งจะทำให้เม่นแคระของคุณติดเชื้อได้

slot

จงรู้ว่าสมควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใดบ้าง. ในขณะที่เม่นแคระเจริญอาหารได้หลากหลาย มีบางสิ่งที่คุณไม่สมควรจะให้เม่นแคระกิน: ถั่วต่างๆ/เมล็ดพืช ผลไม้แห้ง เนื้อดิบ ผักเนื้อแข็งที่ไม่ได้ปรุงสุก อาหารที่แข็ง/เหนียว/ยืดเป็นสายเหมือนเส้นด้าย อะโวคาโด องุ่นหรือลูกเกด นมหรือผลิตภัณฑ์นม แอลกอฮอล์ ขนมปัง ผักคื่นช่าย หัวหอมและผงหัวหอม แคร์รอตดิบ มะเขือเทศ อาหารขยะ (มันฝรั่งแผ่นบางทอด ลูกกวาด และอะไรก็ตามที่ทำจากน้ำตาล และเกลือ ฯลฯ) สิ่งใดก็ตามที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอย่างสูง หรือน้ำผึ้ง

Tagged: Tags