วิธีเลี้ยงเม่นแคระ เจ้าตัวกลมขนหนาม ที่ดูแลง่ายกว่าที่คิด

วิธีเลี้ยงเม่นแคระ เจ้าตัวกลมขนหนาม ที่ดูแลง่ายกว่าที่คิด

jumbo jili

เม่นแคระเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืน ร่าเริง ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง ตอนกลางวันอาจจะเห็นนอนขดเป็นก้อนกลมอยู่นิ่ง ๆ แต่พอพระอาทิตย์ตกดินเมื่อไหร่ เจ้าหนามตัวกลมจะออกมาวิ่งเล่นกันให้วุ่น สายพันธุ์ของเม่นแคระมีราว 15 สายพันธุ์ทั้งในเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา

สล็อต

เนื่องจากเม่นแคระมีขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว จึงได้รับความนิยมเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านแล้ว แต่วิธีเลี้ยงและวิธีดูแลแตกต่างกับหมาและแมวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นตอนนอน ตอนให้อาหาร ฯลฯ และวันนี้เราได้นำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงและดูแลเจ้าตัวน้อยขนหนามมาฝาก สำหรับใครที่กำลังสนใจหาเจ้าตัวนี้มาเลี้ยงไว้ ศึกษาไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ

  1. กรงสำหรับเลี้ยง
    เนื่องจากเม่นแคระจัดเป็นสัตว์ที่ร่าเริงมาก ๆ ตอนกลางคืนจะชอบวิ่งเล่นทั่วกรง ดังนั้นขนาดกรงของเม่นแคระควรจะกว้างพอสมควร ถึงแม้ว่าเม่นแคระจะตัวเล็กมาก ๆ ก็ตาม ขนาดของกรงควรอยู่ที่ 18 x24 นิ้วขึ้นไป รองกรงด้วยขี้เลื่อยและควรจะมีของเล่น อย่างเช่น วงล้อ ให้พวกมันได้วิ่งเล่นด้วย สำหรับการทำความสะอาดให้เปลี่ยนขี้เลื่อย 2-3 วันต่อครั้ง
  2. อาหาร
    เม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินง่าย โดยส่วนใหญ่เม่นแคระจะกินอาหารแมว หนอนนก ไข่ต้ม และผักชิ้นเล็ก ๆ สำหรับปริมาณถ้าเป็นอาหารแมวควรให้ 1–2 ช้อนโต๊ะต่อวัน โดยให้ตอนเย็นครั้งเดียว อย่างไรก็ตามมีอาหารบางชนิดที่ไม่ควรให้เม่นแคระ ได้แก่ ถั่วต่าง ๆ ผลไม้อบแห้ง เนื้อสัตว์ดิบ องุ่น ลูกเกด หัวหอม ขนมปัง อะโวคาโด นมสดและผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ
  3. การอาบน้ำ
    เนื่องจากผิวหนังของเม่นแคระบอบบางมาก การอาบน้ำควรอาบให้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น โดยให้อาบในอ่างหรือกะละมังเล็ก ๆ ใช้น้ำอุ่น และแชมพูที่ใช้ควรเป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษ สามารถใช้ได้ทั้งเด็กหรือแชมพูสัตว์ก็ได้
  4. การตัดเล็บ
    การตัดเล็บให้แม่นแคระควรตัดในระหว่างอาบน้ำหรือหลังอาบน้ำเพราะเล็บจะอ่อน ทำให้ตัดง่าย ให้ใช้กรรไกรตัดเล็บขนาดเล็กค่อย ๆ ตัดและตัดเฉพาะส่วนที่เป็นสีใสยื่นยาวออกมาเท่านั้น
    เฮดจ์ฮอก (hedgehog) หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า เม่นแคระ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก มีลักษณะคือ ใบหน้าคล้ายหนูแต่มีจมูกที่เรียวยาวสำหรับดมกลิ่น ด้านหลังของลำตัวปกคลุมไปด้วยขนที่มีลักษณะแข็งคล้ายหนาม ซึ่งมีไว้สำหรับการป้องกันตัว เมื่อพบศัตรูจะหดตัวเป็นวงกลมและตั้งขนที่แหลมชูชันขึ้นมาโดยที่ช่วงท้องจะนุ่มไม่มีอะไรป้องกัน
    – ลูกเฮดจ์ฮอกเมื่อแรกคลอดจะมีหนังหนาหลายชั้นปกคลุมขนแหลม หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงขนแหลมชุดแรกจะแทงทะลุออกมา แต่จะเป็นสีขาว หลังจากนั้นไม่นานขนชุดแรกจะร่วง และมีขนชุดใหม่ที่สีเข้มและแข็งกว่างอกขึ้นมาแทน เฮดจ์ฮอกสามารถผลัดขนและงอกขึ้นใหม่ได้หลายครั้งตลอดชีวิต
    – เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 500-600 กรัม ส่วนตัวเมียอยู่ที่ 250-400 กรัม ตัวผู้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ที่อายุ 2-6 เดือน ส่วนตัวเมีย 6-8 เดือน ตั้งท้อง 32-48 วัน มีลูก 2-6 ตัวต่อครอก อายุขัย 3-5 ปี
    – เมื่อเฮดจ์ฮอกพบกับสิ่งที่แปลกประหลาดหรือวัตถุที่มีพิษ เฮดจ์ฮอกจะกัดขนตัวเองและเลียจนกระทั่งมีฟองเต็มปาก และนำเอาฟองน้ำลายนี้ไปป้ายกับขน พฤติกรรมนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อปกปิดตัวเอง หรือทำให้สัตว์นักล่าไม่สนใจในตัวเฮดจ์ฮอก หรือแม้กระทั่งเชื่อว่าเป็นไปเพื่อติดต่อสื่อสารกันเองหรือดึงดูดเพศตรงข้าม
    – ในธรรมชาติเฮดจ์ฮอกหากินตามพื้นดินในเวลากลางคืนและกินแมลงเป็นอาหารหลัก ผู้เลี้ยงควรให้อาหารอย่างน้อยวันละมื้อในช่วงพลบค่ำ สามารถให้อาหารแมวกินได้ประจำ ควรมีไขมันต่ำกว่า 15% และมีโปรตีนระหว่าง 32-35% และให้แมลง 4-5 ตัว สัปดาห์ละ 1-4 ครั้ง เช่น หนอนนก จิ้งหรีด และหนอนแว๊กซ์ เป็นอาหารเสริมบ้าง เสริมอาหารอื่นจำนวนเล็กน้อย คือเพียงแค่หนึ่งช้อนโต๊ะทุกวันหรือวันเว้นวัน เช่น ไข่ต้ม เนื้อไก่สุก ผลไม้และผักหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    – เฮดจ์ฮอกต้องการพื้นที่ที่ใหญ่มากพอ กรงควรมีขนาดอย่างน้อย กว้าง 18 นิ้ว x ยาว 24 นิ้ว x สูง 16 นิ้วแต่หากสามารถหาพื้นที่ได้กว้างกว่าได้ ยิ่งมากก็ยิ่งดี กรงควรระบายอากาศได้ดี และจำเป็นต้องมีฝาปิดหรือหากกรงไม่มีฝาปิดด้านบนก็ต้องมีด้านข้างที่ไม่สามารถจะปีนหนีออกมาได้ นอกจากนี้ ภายในกรงเลี้ยงควรต้องมีจุดให้หลบซ่อนตัว รวมถึงวงล้อวิ่งสำหรับออกกำลังกายด้วย
    ปกติแล้วเฮดจ์ฮอกจะมีนิสัยค่อนข้างขี้ระแวง มักจะขดม้วนตัวและส่งเสียงร้องหรือขู่หากมีอะไรผิดปกติรวมถึงพบพฤติกรรมเล่นน้ำลาย ถ้าเลี้ยงตั้งแต่เด็กมักจะเชื่องและติดเจ้าของ ปกติแล้วเค้าจะนอนในตอนกลางวัน (หากเจ้าของไปรบกวน เค้าอาจจะดุและกัดได้) และตื่นในตอนกลางคืน ซึ่งหากเลี้ยงไว้ในบริเวณที่ใกล้กับห้องนอนหรือเตียงก็จะได้ยินเสียงเค้าทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งคืน หลายๆตัวสามารถปรับตัวได้ดีและใช้ชีวิตในเวลากลางวันได้เป็นปกติ ซึ่งจะแอคทีฟมากกว่าปกติในเวลากลางคืน ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีเวลาดูแล ต้องการจับอุ้มเล่น หรือมีกิจกรรมต่างๆร่วมกัน

สล็อตออนไลน์

เม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงที่เยี่ยมยอดมาก สำหรับเจ้าของผู้มีความอดทนและอุทิศตน เม่นแคระแอฟริกัน (the African Pygmy Hedgehog) เป็นลูกผสมระหว่างเม่นป่าสองสายพันธุ์จากแอฟริกา จนได้สายพันธุ์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงซึ่งขึ้นชื่อว่าฉลาด เป็นมิตร และเป็นเพื่อนผู้อยู่ด้วยกันได้อย่างเบิกบานใจสำหรับเจ้าของผู้อุทิศตน เม่นแคระก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ที่คุณสมควรจะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมัน และเกี่ยวกับการดูแลเอาใจใส่ที่สัตว์ชนิดนี้ต้องการ เพื่อช่วยคุณตัดสินใจว่ามันคือสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสม กับลักษณะการใช้ชีวิตของคุณหรือไม่ จงทำให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความต้องการเรื่องที่อยู่อาศัย และความต้องการเรื่องอาหารของมัน คุณจะได้พร้อมที่จะพามันกลับไปบ้านด้วย และดูแลให้ดีที่สุดที่จะทำได้
การเลือกและพาเม่นแคระของคุณกลับบ้าน
1 ตรวจสอบว่าในบริเวณที่คุณอาศัยอยู่นั้น สามารถเลี้ยงดูเม่นแคระได้อย่างถูกกฎหมาย. ถือกันว่าเม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (an exotic pet) ซึ่งการที่จะเลี้ยงสักตัวหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับกฎหมายในรัฐหรือประเทศของคุณ ในบางแห่งนั้น การเลี้ยงเม่นแคระอาจผิดกฎหมาย ในบางแห่งคุณอาจต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ จงตรวจสอบกฎข้อบังคับของเขต จังหวัด และรัฐเพื่อเรียนรู้กฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการครอบครองสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษในแถวบ้านของคุณให้มากขึ้น
หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการค้นหากฎข้อบังคับพิเศษในรัฐที่คุณอยู่ หรือคุณจำเป็นต้องหาบ้านที่ปลอดภัยให้กับเม่นแคระซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้คุณเลี้ยง ให้ติดต่อกับองค์กรสิทธิสัตว์ หรือองค์กรเฉพาะสำหรับเม่นแคระ
2 เลือกชื้อเม่นแคระของคุณจากผู้เพาะพันธุ์ผู้มีใบอนุญาต. เม่นแคระซึ่งซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ที่มีความรับผิดชอบน่าจะรู้จักการผูกสัมพันธ์ได้ดีกว่า และเป็นเพราะผู้เพาะพันธุ์คุ้นเคยกับพ่อแม่ของมัน จึงมีโอกาสดีกว่าที่คุณจะได้สัตว์เลี้ยงซึ่งมีสุขภาพดีกว่า นั่นหมายความว่า มีความสำคัญที่จะหาผู้เพาะพันธุ์ “ที่ดี” หากไม่ทำเช่นนั้น คุณอาจจบลงด้วยเม่นแคระที่ชอบอารมณ์เสียหรือป่วย
จงดูให้แน่ใจว่าผู้เพาะพันธุ์มีเม่นแคระในสต็อกซึ่งมีคุณภาพ มีประวัติที่มาและแหล่งสายพันธุ์ ซึ่งไม่ได้เป็นโรควับเบิล (WHS) อันเกิดจากยีนด้อย (เลือดชิด) หรือมีโรคมะเร็งในสายเลือด
จงตรวจดูว่าผู้เพาะพันธุ์มีใบอนุญาตจาก USDA หากเป็นในสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้เพาะพันธุ์เม่นแคระต้องมีใบอนุญาตจาก USDA กระบวนการซื้อขายเกี่ยวข้องกับงานเอกสารซึ่งผู้เพาะพันธุ์ต้องแจ้งหมายเลขใบอนุญาตให้คุณทราบด้วย สำหรับในประเทศไทย ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้
จงระมัดระวังผู้เพาะพันธุ์ที่โพสต์ขายเม่นแคระในเครือข่ายชุมชนออนไลน์ เครกส์ลิสต์ หรือโฆษณาออนไลน์อื่นๆ
สอบถามผู้เพาะพันธุ์ว่ามีข้อเสนอรับประกันสุขภาพใดๆ หรือไม่ นโยบายอาจแตกต่างกันไป แต่คุณน่าจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นกับสิ่งที่เลือก หากผู้เพาะพันธุ์เสนอทางเลือกว่า สามารถนำเม่นแคระมาคืนหรือเปลี่ยนตัวได้ หากเกิดปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดฝันตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งนี้ยังจะช่วยให้ผู้เพาะพันธุ์ได้เตรียมพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางสายพันธุ์ด้วย ดังนั้น การวิตกเรื่องนี้เป็นสัญญาณแสดงว่าเป็นผู้เพาะพันธุ์เจ้าที่มีความรับผิดชอบ
3 ตรวจดูว่าเม่นแคระมีสุขภาพดี. มีสัญญาณบ่งชี้หลายประการที่คุณสามารถมองหาในเม่นแคระที่มีสุขภาพดีสักตัวหนึ่ง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ
ตาใส: เม่นแคระสมควรจะดูตื่นตัว ดวงตาไม่สมควรจะมีขี้ตากรัง ตาลึกโหล หรือบวม
ขนและหนามเม่นสะอาด: การที่เม่นแคระเนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยน้ำลายของตัวมันเองเป็นเรื่องปกติ (ดูภาพล่าง) แต่การมีชิ้นส่วนมูลของมันรอบๆ ทวารหนัก อาจบ่งชี้ว่าเป็นโรคอุจจาระร่วง หรือมีปัญหาสุขภาพสำคัญๆ ซุกซ่อนอยู่
ผิวหนังสุขภาพดี: ผิวหนังที่ตกสะเก็ดรอบๆ ขนเม่น อาจบ่งชี้ถึงผิวแห้ง หรือมีเห็บ หากเป็นอย่างหลัง คุณจะจำเป็นต้องบำบัดรักษา ให้มองหาตัวไรเช่นเดียวกัน (จุดสีน้ำตาลเล็กขนาดเท่าหัวเข็มหมุดที่กระโดดได้เร็ว) อาการเหล่านี้จำเป็นต้องรักษา
ไม่มีสะเก็ดแผลหรืออาการบาดเจ็บ: หากมีสะเก็ดแผลหรืออาการบาดแผล ผู้เพาะพันธุ์สมควรจะอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และสมควรจะเห็นได้ชัดว่าบาดแผลของเม่นแคระตัวนั้นกำลังสมานอย่างดี แม้ว่าเม่นแคระบางตัวสามารถรอดตายจากอาการบาดเจ็บในวัยทารก (เช่น ตาบอด เสียขาข้างหนึ่ง ฯลฯ) สามารถใช้ชีวิตที่สุขภาพดีและมีความสุข แต่คุณจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการดูแลที่สัตว์ตัวนั้นต้องการ และพิจารณาว่าจริงๆ แล้ว คุณสามารถจัดการให้ได้หรือไม่
ตื่นตัว: เม่นแคระสมควรตื่นตัว และระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ใช่เฉื่อยชา และไม่รู้ร้อนรู้หนาว
มูลของเม่นแคระ: ตรวจดูว่าไม่มีมูลสีเขียว หรือเป็นโรคอุจจาระร่วง หากมี อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเม่นแคระมีปัญหาสุขภาพบางประการ
มีน้ำหนักปานกลาง: เม่นแคระที่เป็นโรคอ้วน จะมี “ถุง” ไขมันรอบๆ รักแร้ และไม่อาจจะม้วนตัวกลมเป็นลูกบอลได้ ส่วนเม่นแคระที่ผอมบางเกินไปก็มีท้องเว้ากับสีข้างที่กลวงโบ๋ ซึ่งทั้งสองแบบเป็นสัญญาณว่าเม่นแคระมีปัญหาสุขภาพ
เท้าที่มีสุขภาพดี: เล็บเท้าสมควรตัดสั้นมากพอที่จะไม่งอโค้งเข้าไปอยู่ใต้เท้า หากเล็บเท้ายาวเกินไป จงขอให้ผู้เพาะพันธุ์สาธิตวิธีตัดเล็บให้คุณดู

jumboslot

4 พาเม่นแคระกลับบ้านอย่างเหมาะสม. ก่อนจะซื้อ จงทำให้แน่ใจว่าคุณมีทุกสิ่งที่จำเป็นจัดเตรียมไว้ และพร้อมที่จะเริ่มเลี้ยง จงให้เวลาเม่นแคระอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพื่อทำความคุ้นเคยกับคุณ กับกลิ่นใหม่ๆ และกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มันเพิ่งจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต!
จับเม่นแคระทุกวันในระหว่างที่ปล่อยให้คุ้นเคยกับคุณ อาจทำได้ง่ายๆ โดยวางมันลงบนตักของคุณ และพูดคุยด้วย เพื่อให้มันวางใจในตัวคุณ ส่งเสริมความเชื่อใจด้วยการใช้มือป้อนอาหารให้ และวางเสื้อยึดตัวที่คุณใส่มาทั้งวันไว้ในที่อยู่ของเม่นแคระ เพื่อให้มันคุ้นเคยกับกลิ่นของคุณ
5 เตรียมตัวให้พร้อมที่มันจะเลอะเทอะไปด้วยน้ำลาย หรือถ่มน้ำลายใส่ตัวเอง. หนึ่งในอุปนิสัยที่ไม่ปกติที่สุดของเม่นแคระคือ การมีน้ำลายมากกว่าปกติ เวลาเจอกับอาหารใหม่ กลิ่นใหม่ หรือเกลือ มันจะบิดตัวเองเป็นรูปตัวเอส หันหัวไปทางก้นแล้วถ่มน้ำลายใส่ขนเม่นของมัน ในขณะที่ยังไม่มีใครแน่ใจได้ว่า ทำไมมันถึงได้ทำแบบนั้น มีสมมุติฐานว่าการทำเช่นนั้นอาจช่วยทำให้ขนเม่นเป็นอาวุธที่ดีขึ้น โดยเคลือบด้วยด้วยสารที่สร้างความระคายเคือง ด้วยเหตุผลนี้ คุณอาจจะสังเกตได้ถึง การระคายเคืองเล็กๆ ในตอนแรกที่จับต้องเม่นแคระ
หาบ้านให้เม่นแคระของคุณ
1 จัดหาที่พักดีๆ. เม่นแคระต้องการกรงขนาดใหญ่เพื่อจะอยู่ได้อย่างสดวกสบาย: พวกมันชอบสำรวจสถานที่อยู่ และอาณาบริเวณตามธรรมชาติของพวกมันคือเส้นผ่าศูนย์กลาง 650- 1000 ฟุต (198 – 305 ม) ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่คุณต้องพิจารณาด้วย เช่นเดียวกับการซื้อกรงสักกรงหนึ่งสำหรับเพื่อนใหม่ตัวนี้
เม่นแคระต้องการพื้นที่ซึ่งใหญ่มากพอ กรงสมควรมีขนาดอย่างต่ำ 18 x 24 นิ้ว (45.7 x 61 ซม) แต่หากคุณสามารถหาพื้นที่ได้กว้างกว่านั้น ยิ่งมากก็ยิ่งดี กรงขนาด 24 x 30 นิ้ว (61 x 76 ซม) น่าใช้มากกว่า และถ้าเป็นขนาด 30 x 30 นิ้ว (76 x 76 ซม) ก็เหลือเฟือดีมาก
ด้านต่างๆ ของกรงสมควรสูงประมาณ 16 นิ้ว (40.6 ซม) ในขณะที่บางคนแนะนำให้ใช้ฝาผนังที่อ่อนนุ่ม คนอื่นๆ กลับเตือนว่าการระบายอากาศในสถานที่ซึ่งด้านข้างมีความอ่อนนุ่มนั้นทำได้ยากกว่า จงตระหนักว่าด้านข้างของกรงที่เป็นลวดอาจสร้างปัญหาได้ หากเม่นแคระของคุณชอบปีนป่าย! เม่นแคระเป็นเจ้าแห่งศิลปะในการหลบหนี จงทำให้แน่ใจว่ากรงปลอดภัยเพราะมีฝาปิด หรือหากกรงไม่มีฝาปิดด้านบน ก็ต้องมีด้านข้างที่เม่นแคระไม่อาจจะปีนหนีได้
บ้านของเม่นแคระสมควรมีพื้นแข็ง เพราะขาขนาดจิ๋วของพวกมันอาจลื่นตกพื้นซึ่งเป็นลวดได้ ทำให้บาดเจ็บ
บ้านของเม่นแคระสมควร ไม่ สูงเกินหนึ่งชั้น เพราะเม่นแคระสายตาสั้น และขาของพวกมันหักได้ง่ายเสียเหลือเกิน กรงลวดที่พวกมันสามารถปีนได้ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากว่าคุณมีเม่นแคระยอดนักปีนป่าย! เวลาคิดเรื่องซื้อหรือสร้างกรงขึ้นมา จงพิจารณารวมถึงพื้นที่สำหรับวางชามอาหาร ของเล่น กับถาดทรายอนามัยด้วย
ทำให้แน่ใจว่ากรงมีการระบายอากาศที่ดี สมควรมีการหมุนเวียนของอากาศตลอดเวลา เวลาเดียวที่คุณสมควรขัดขวางกระแสลมคือ เมื่ออุณหภูมิของห้องลดลงอย่างรวดเร็ว (ตัวอย่างเช่นในระหว่างที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า) และคุณจำเป็นต้องใช้ผ้าห่มผืนหนึ่งห่อหุ้มกรงเอาไว้

slot

2 เลือกวัสดุปูรองพื้นกรงที่ดี. เม่นแคระชอบเศษไม้จากการไสกบ แต่จงทำให้แน่ใจว่าคุณใช้เศษไม้แอสเพน ไม่ใช่เศษไม้ซีดาร์ เพราะชนิดหลังมีสารฟินอลที่ก่อมะเร็ง (น้ำมันอะโรมาติก) เมื่อสูดดมเข้าไปสามารถก่อมะเร็งได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือ คุณสามารถปูรองกรงด้วยผ้าที่มีความเหนียว (เช่น ผ้าทอลายสอง ผ้าสักหลาด ผ้าขนแกะ) โดยตัดตามขนาดของพื้นกรง

Tagged: Tags