วิธีการ ดูแลนกที่ป่วย

วิธีการ ดูแลนกที่ป่วย

jumbo jili

ถ้านกของคุณมีอาการป่วย สิ่งสำคัญคือต้องดูแลให้เหมาะสม มันจะได้ฟื้นฟูร่างกายและกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็ว โดยให้กำจัดสิ่งที่จะทำให้นกป่วยกว่าเดิม อย่างเชื้อโรคและสิ่งปฏิกูลในกรง และต้องทำให้นกรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่มันจะได้ใช้พลังงานในการฟื้นฟูตัวเองและต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ และสิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้ด้วยว่าเวลาไหนที่ควรจะพานกไปหาสัตวแพทย์ อย่างตอนที่คุณดูแลมันดีแล้วแต่มันก็ยังไม่หายดีนั่นเอง

สล็อต

ให้ความสะดวกสบายกับนก
คงอุณหภูมิในกรงนกให้อยู่ที่ประมาณ 32 องศาเซลเซียส. ให้สภาพแวดล้อมที่อบอุ่นกับนก เพื่อให้มันหายป่วยเร็วๆ เวลาที่นกรู้สึกหนาว ให้สังเกตว่ามันจะพองขนแล้วพยายามเก็บเอาอากาศอุ่นๆ ไว้ข้างๆ ตัวนั่นเอง เมื่อนกเริ่มทำแบบนั้น ให้เอาโคมไฟมาวางไว้ข้างๆ กรง หรือห่อขวดน้ำร้อนหรือถุงร้อนห่อด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าห่ม แล้ววางไว้ใต้กรง โดยให้ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 32 องศาเซลเซียสเสมอ
ตรวจสอบอุณหภูมิได้โดยการใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดในกรงทุกๆ สองสามชั่วโมง หรือแขวนไว้นอกกรงก็ได้
ถ้าหากว่านกมีไข้ อย่าใช้วิธีทำให้อุ่นขึ้นแบบนี้นะ นกที่มีไข้ตัวร้อนจะกางปีกออกบ่อยๆ และอาจมีอาการหอบด้วย
โคมไฟที่ให้ความอุ่นสามารถหาซื้อได้ในร้านขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง แต่ปกติเขาจะใช้สำหรับพวกสัตว์เลือดเย็นอย่างกิ้งก่า ฉะนั้นมันอาจอยู่ที่แผนกเกี่ยวกับสัตว์ประเภทนี้ก็ได้ แนะนำให้ใช้โคมไฟกำลังสัก 40-60 วัตต์
ให้แสงแดดกับนก ถ้าเป็นไปได้. นกของคุณจะมีอาการที่ดีขึ้นเมื่อได้รับแสงแดด แต่ไม่ใช่แสงแดดจัดๆ จากดวงอาทิตย์ตรงๆ นะ อย่าใช้วิธีย้ายกรงนกไปที่ห้องอื่น อย่างไรก็ตาม แสงอาทิตย์ถือว่ามีประโยชน์ต่อนกมากๆ ฉะนั้นให้เปิดม่านที่มักจะปิดเอาไว้ หรือเลื่อนกรงเล็กน้อยให้อยู่ในแนวที่แสงแดดส่องถึงได้ง่ายๆ ก็พอ
ต้องให้แน่ใจว่ามันจะไม่ร้อนเกินไป ไม่โดนแสงแดดจัดๆ โดยตรง ถ้าคิดว่าร้อนเกินไปก็หาร่มเงาให้นกได้ซ่อนตัวจากแดดได้ด้วยล่ะ
วิตามินดีจากแสงอาทิตย์จะทำให้นกอารมณ์ดีขึ้น และช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการป่วยได้ด้วย
ในการให้นกอาบแดด ให้เอาม่านบางๆ คลุมปิดที่หน้าต่าง โดยผ้าม่านนั้นควรเป็นวัสดุโปร่งแสง อย่างผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายที่บางมากๆ
เพิ่มความชื้นให้กับสภาพแวดล้อมของนกด้วยเครื่องพ่นไอระเหยหรือเครื่องทำความชื้น. ถ้านกของคุณป่วยโดยมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ การเพิ่มความชื้นให้สภาพแวดล้อมของนก จะช่วยให้นกหายใจได้สะดวกขึ้น และทำให้อากาศชุ่มชื้นขึ้นด้วย โดยให้วางเครื่องพ่นไอหรือเครื่องทำความชื้นไว้ใกล้ๆ กรงนก และเปิดเอาไว้ทั้งวันทั้งคืนเลย
สิ่งสำคัญคือ ให้เปิดค่าความชื้นเอาไว้ที่ 55% เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อราขึ้นโดยรอบ แต่ยังคงความชื้นเอาไว้ได้อยู่
อาการของนกที่มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ คือการได้ยินเสียงนกหายใจ โดยจะมีเสียงแหบๆ หรือเสียงก๊อกแก๊กออกมาจากทางโพรงจมูก หรือจะเปิดปากตลอดเวลาตอนที่มันหายใจนั่นเอง
ถ้านกไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ความชื้นก็ไม่จำเป็นเท่าไร แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอันตรายใดๆ ต่อนกเช่นกัน
เลือกเครื่องทำความชื้นหรือเครื่องพ่นไอระเหยที่ให้อุณหภูมิอันเหมาะสมกับนก ถ้าอากาศในบ้านคุณหนาวเกินไปสำหรับนก ก็ให้เลือกเครื่องที่พ่นไออุ่นๆ ออกมา แต่ถ้าบ้านร้อน ก็ให้ใช้แบบที่ปล่อยลมเย็นออกมาแทน
เลื่อนคอนเกาะให้ต่ำลงมา หรือเอาออกไปเลย. นกมีสิทธิ์ที่จะตกลงมาจากคอนได้เมื่อมันป่วย ความเครียดจากการตกลงมาจากที่สูง และอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ย่อมไม่ดีกับนกแน่นอน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้นกตก ให้เลื่อนคอนลงมา โดยให้สูงจากพื้นกรงแค่ 1-2 นิ้ว (2.5-5.1 ซม.) ก็พอ หรือจะเอาออกไปเลยก็ได้
ถ้านกของคุณตกจากคอน แม้ว่าจะเอาไว้ต่ำแล้วก็ตาม นั่นคือสัญญาณว่าคุณควรพานกไปหาสัตวแพทย์อย่างเร็วที่สุด เพราะอาการป่วยนี้อยู่ในระดับร้ายแรงอาจถึงชีวิตได้แล้ว
วางอาหารและจานน้ำไว้ให้นกเข้าไปกินได้ง่ายๆ. นกต้องการการพักผ่อนเมื่อมันป่วย และถ้าข้าวกับน้ำอยู่ไกลออกไป มันก็จะต้องเหนื่อย อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนกป่วย มันก็เสี่ยงที่จะมีอาการขาดน้ำ ฉะนั้นให้มีน้ำอยู่ใกล้ๆ ตัวเลยจะดีที่สุด โดยให้ย้ายชามข้าวชามน้ำไปไว้ในจุดที่นกชอบอยู่ เพื่อที่มันจะได้กิน ดื่ม และพักได้โดยง่าย
ถ้าคุณย้ายนกมาไว้ใกล้ๆ หรือบนพื้น ก็ให้วางอาหารและน้ำไว้บนพื้นใกล้ๆ บริเวณที่นกจะชอบมาอยู่ตรงนั้น
อาการขาดน้ำจะแสดงออกโดยรอบดวงตาของนกจะเหี่ยวย่น
กำจัดสิ่งที่เป็นสาเหตุของอาการป่วย
เปลี่ยนอาหารเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ทำให้นกป่วยหนักกว่าเดิม. เมื่อนกเริ่มป่วย ก็ให้นำอาหารในกรงทั้งหมดออกไปทิ้งทันที รวมถึงเมล็ดข้าวฟ่าง เมล็ดพืช ผลไม้ และอาหารที่ตกอยู่ใต้พื้นกรงด้วยนะ หนึ่งในสาเหตุของอาการป่วยที่มักจะพบบ่อยๆ ก็คือจากอาหารที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเพราะเสียหรือได้รับการปนเปื้อนก็ตาม ฉะนั้นควรไปซื้ออาหารมาใหม่แล้วเอามาใส่ในกรงซะ
อาหารที่เน่าเสียได้เร็ว อย่างพวกผัก อาจเสียและทำให้นกป่วยได้ถ้ามันยังกินต่อ
สำหรับอาหารที่คุณภาพสูง แนะนำให้หาเมล็ดพืชและข้าวฟ่างผสมกันที่ไม่ผสมสีผสมอาหาร สารกันบูด หรือมีส่วนผสมของเกลือ โดยดูให้ดีว่ามันมีปริมาณเท่าๆ กัน และสีไม่จืดหรือจัดเกิน
ดูแลกรงให้สะอาดที่สุด. ทำความสะอาดใต้กรงทุกวัน กำจัดเมล็ดพืชและของเสียของนกออกจากพื้นกรง วิธีง่ายๆ ก็คือเอาแผ่นรองออกแล้วเปลี่ยนใหม่ แล้วฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่ไม่เป็นภัยต่อนก ก่อนจะใส่แผ่นรองใหม่เข้าไป แล้วอย่าลืมเช็ดทำความสะอาดทุกส่วนของกรง และของที่อยู่ในกรงทุกๆ 1 ถึง 2 วัน เพื่อไม่ให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเติบโตขึ้นด้วยล่ะ
น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่เป็นอันตรายต่อนกสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและช่องทางออนไลน์
การคอยทำความสะอาดกรง จะสามารถป้องกันไม่ให้เชื้อโรคลุกลาม และกันไม่ให้นกป่วยกว่าเดิมได้
เปลี่ยนอาหารสดในกรงทุกๆ วัน. ขณะที่นกกำลังฟื้นฟูร่างกายตัวเองจากอาการป่วย มันก็ยังอยากกินผักผลไม้สดๆ อยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม จำไว้ว่าต้องเอาผักผลไม้ที่นกไม่กินไปทิ้งทุกๆ เช้า ให้เวลามันเลือก แต่ก็ไม่นานเกินกว่าที่ผักผลไม้จะเสียหรือล่อแมลงมาหาที่กรง
ผักผลไม้บางอย่างก็สามารถอยู่ได้นานกว่าเพื่อน เช่น ผลไม้เป็นชิ้นย่อมเสียเร็วกว่าผักใบเขียวมากๆ ถ้าคุณสังเกตเห็นว่ามีผักผลไม้ที่ไม่ได้ดูกินได้อีกต่อไป ก็ให้เอาออกมาได้เลย
ลองให้ในปริมาณน้อยแต่บ่อยๆ แทน เพื่อไม่ให้ใต้กรงรกมากนัก

คลายเครียดให้นก. อย่าไปเคาะกรง พาไปสภาพแวดล้อมใหม่ๆ หรือจับต้องตัวนกมากนัก อย่าปลุกตอนที่นกหลับอยู่ แล้วก็อย่าส่งเสียงดัง พยายามรักษาสภาพแวดล้อมให้นกได้นอนหลับพักผ่อนสัก 12 ชั่วโมงต่อวัน

สล็อตออนไลน์

ให้อยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์
ถ้านกมีอาการป่วยหนัก ให้พาไปหาสัตวแพทย์เลย. ถ้านกของคุณป่วย บางครั้งก็ควรพาไปพบแพทย์แทนที่จะคอยดูแลอยู่ที่บ้าน สัญญาณที่บอกว่านกของคุณป่วยจริงจัง และควรพาไปพบสัตวแพทย์ก็มีดังต่อไปนี้
ไม่ทำกิจวัตรหรือขยับตัวตามปกติ
พองขนนานเกินไป
ความเข้มข้นของของเสียเปลี่ยนไป เช่น ถ่ายเหลวกว่าปกติ
กินอาหารหรือดื่มน้ำน้อย
ไม่สามารถเกาะคอนได้
ตกลงมา
มีอาการชักเกร็ง
หายใจลำบาก
พาไปหาสัตวแพทย์ ถ้าหากว่านกยังอาการไม่ดีขึ้นเป็นสัปดาห์แล้ว. คอยจดเอาไว้เมื่อคุณเห็นว่านกมีอาการไม่ดี จะได้ติดตามว่ามันไม่สบายมานานแค่ไหน ถ้านกไม่หายดีแม้จะผ่านมาสักสัปดาห์แล้ว และคุณก็ดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว คุณก็ควรพามันไปหาสัตวแพทย์แทน ในเมื่อเราสามารถพามันไปรับการรักษาดีๆ ได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะเลี้ยงไข้เอาไว้ต่อ
นกเป็นสัตว์ที่ป่วยหนักขึ้นได้ง่ายมาก ฉะนั้นอย่ารอนาน ให้พาไปหาแพทย์เลย
ทำตามคำแนะนำของแพทย์. สัตวแพทย์จะประเมินอาการป่วยของนก และทำการวินิจฉัยโรคให้ เมื่อเขารู้ว่านกเป็นอะไร จะได้ให้ยาและของเสริมอย่างอื่นที่นกต้องใช้
มีอาการป่วยบางอย่างที่จะต้องให้สัตวแพทย์เป็นคนรักษาให้ เช่นอาการติดเชื้อจากแบคทีเรียร้ายแรง สิ่งสำคัญที่สุดคือให้ดูแลอาการป่วยนี้อย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดการติดเชื้อแพร่ไปอีกถ้าหากว่าคุณมีนกตัวอื่นอยู่ด้วย
คุณควรดูแลนกไปเรื่อยๆ อย่างให้น้ำ กับอุณหภูมิอุ่นๆ หรือให้ยาหรืออาหารเสริมจากสัตวแพทย์ไปเรื่อยๆ
โรคที่มากับหน้าฝน กับนกแก้ว ของเราเกิดจากในเวลาฝนตกโดนละอองฝนจะถูกนกหรือนกถูกลมเย็นโกรกมากๆ ทำให้เป็นโรคไข้หวัดขึ้นได้เนื่องจากนกไม่สามารถพูดบอกเราได้ ดังนั้นในช่วงฝนตกบ่อยๆแบบนี้ อยากให้เราเสริมอาหารให้นกมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อป้องกันโรค และหมั่นสังเกตุความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับนกของท่าน
บทความนี้อยากเน้นให้เจ้าของนกหมั่นหัดสังเกตุอาการผิดปกติของนกแต่เนิ่นๆ เน้นการป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพ ภูมิต้านทานโรค ให้กับนก ดีกว่าปล่อยให้เจ็บป่วย ในกรณีที่พบอาการป่วยชัดเจนควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา เพราะนกมักจะเก็บอาการป่วยและเมื่อแสดงออกถึงอาการป่วยนั้นหมายความว่า อาการเป็นมากพอควรแล้ว การชักชารีรอในการพาไปพบสัตวแพทย์ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสมนการสูญเสียมากยิ่งขึ้น บทความที่นำมาแนะนำก็เพื่อในกรณีในพื้นที่ไม่มีสัตวแพทย์แพทย์ หรือไม่สดวกในการพาไปพบสัตวแพทย์ ท่านต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
โรคหวัดนก
การติดต่อ จากการที่นกป่วยไอหรือจาม น้ำมูก สารคัดหลั่ง มาสัมผัสถูกนกตัวอื่น การป้อนปากกัน ดังนั้นหากมีนกป่วยเกิดขึ้น ควรแยกนกออกชั่วคราวก่อนจนกว่าอาการจะดีขึ้น
อาการ

  • ขนนกจะพองไม่เรียบ
  • ดวงตาไม่สดใส นกจะซึมคอตก และหลับตา ตาจะแฉะ
  • นกไม่กระโดดไปมา ยืนหรือนั่งนิ่งๆ อยู่บนคอนเกาะ ร้องน้อยหรือไม่ร้องเลย
  • นกจะเบื่ออาหาร กินอาหารไม่ลง จะมีอาการไอหรือจามมีน้ำมูก ตอนแรกน้ำมูกจะใส่ต่อมาจะข้น
  • มีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจเสียงดัง อ้าปากหายใจ มีน้ำมูกไหล ยิ่งถ้าเป็นหวัดหน้าบวมจะมองเห็นได้ชัดเจนตรงบริเวณแก้ม ใต้ตาบวมจนตาปิด

jumboslot

การป้องกัน

  • ดูเรื่องสุขอนามัย สถานที่ ไม่ควรมีฝนสาด ละอองฝน ความชื้นสูง
  • เมื่อมีนกป่วยให้จับแยกมาขังไว้ในกรงที่ทำไว้สำหรับนกป่วยโดยเฉพาะ
  • ให้นกกินพริกขี้หนูแดงหรือพริกชี้ฟ้าหั่นเป็นชิ้น
  • พยายามให้นกออกกำลังบ้าง โดยการเคาะกรงให้กระโดด เพื่อสร้างความแข็งแรง
  • นำนกไปตากแดดอ่อนๆโดยเฉพาะแดดยามเช้า แล้วเก็บเข้าร่ม เพื่อให้ขนและตัวนกแห้ง
  • ใช้ตะไคร้ใส่ถ้วยน้ำให้นกกินน้ำ เพราะตะไคร้เป็นยาแก้ไข้ ( หรือใช้ กระเพรา โหระพา สะระแหน่ )
  • ถ้าพวกกิน ตะไคร์ พริก กระเพราะ โหระพา สะระแหน่ ฟ้าทะลายโจร แถมพริกไทยสด ถ้าให้สูดดม หอมแดง หอมใหญ่ ตะไคร้ มะกรูด ถ้าไม่งั้นก้น้ำมันหอมระเหยวาเป็กซ์ วิค วาโปรับ กวางลุ้ง เป็นต้น
  • ให้ทานวิตามิน ซี จากผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล ถ้านกทานไม่ค่อยได้ให้ใช้น้ำผลไม้ 100% เจือจางน้ำสุกอุ่น 1 :1
  • น้ำมันตับปลา วิตามินรวม โดยเฉพาะวิตามิน ซี
    การรักษา
  • เมื่อมีนกป่วยให้จับแยกมาขังไว้ในกรงที่ทำไว้สำหรับไก่ป่วยโดยเฉพาะ เปิดไฟขนาด 15-40 วัตต์กกไฟให้ความอบอุ่นตลอดเวลา
  • ให้ยาลดไข้เด็กที่เป็นน้ำหยดใส่ปากนก 2-3 หยด หรือละลายน้ำให้นกกิน
  • ให้หอมแดงโดยทับหัวให้แตก ทำให้เกิดกลิ่น เอาผ้าขาวบางห่อหัวหอม นำไปแขวนไว้ในกรง อยู่ระดับเดียวกับคอนเกาะ ให้นกสูดกลิ่นหอมแดง จากนั้นก็ใช้ผ้าคลุมกรง นกก็จะสูดเอากลิ่นหอมแดงเข้าไป เมื่อกลิ่นหอมแดงหมดก็เปลี่ยนใหม่ เพราะกลิ่นหอมแดงเป็นยาแก้ไขหวัด
  • ใช้ตะไคร้ทุบให้เกิดกลิ่น แล้วใช้ผ้าขาวบางห่อไปใส่ไว้ในกรงเช่นเดียวกับหอมแดง กระเพรา โหระพา สะระแหน่ มาวางก็ได้
  • ถ้าพวกกิน ตะไคร์ พริก กระเพราะ โหระพา สะระแหน่ ฟ้าทะลายโจร แถมพริกไทยสด ถ้าให้สูดดม หอมแดง หอมใหญ่ ตะไคร้ มะกรูด ถ้าไม่งั้นก้น้ำมันหอมระเหยวาเป็กซ์ วิค วาโปรับ กวางลุ้ง เป็นต้น
  • ถ้าหาพวกสมุนไพรไม่ได้ ให้ใช้ วิค วาโปรับที่ทาสูดดมบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก น้ำมันกวางลุ้ง เซียงเพียวอิ้ว วาเป็กซ์ หยดลงบนผ้าหรือกระดาษทิชชู วางไว้ใกล้ที่นอน อย่าให้กลิ่นแรงมากเกินไป
  • ในกรณ๊ที่นกทานอาหารไม่ค่อยได้ ให้ค่อยป้อนเสริมด้วยน้ำเกลือแร่ โอ อาร์ เอส หรือ ใช้น้ำผลไม้ 100% เจือจางน้ำสุกอุ่น 1:1 ชดเชยแหล่งพลังงาน
  • จากนั้นทำการรักษาโดยการฉีดหรือให้ยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซี่ซิลีน ด็อกซี่ไซคลิน เอ็นโรฟล็อกซาซิน หรือยาในกลุ่มซัลฟา

slot

เมื่อเป็นหวัด สิ่งสำคัญคือ การพักผ่อนนอนให้เพียงพอ ให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ รักษาร่างกายให้อบอุ่นโดยการกกไฟ จะช่วยให้อาการทุเลาขึ้นอย่างรวดเร็ว
การใช้วิธีกินวิตามิน ซี เมื่อเป็นหวัด จริงอยู่ว่าสรรพคุณหนึ่งของวิตามินซีก็คือช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหล แต่การปล่อยให้ป่วยเสียก่อนค่อยมากินวิตามินซี ดูจะไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก เราควรจะรับประทานวิตามินซีให้เป็นปกตินิสัย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แข็งแรงอยู่เสมอ จะช่วยให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ
อาหารที่มีวิตามินซีสูง ก็คือ ผักสด เช่น ผักคะน้า กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ พริกทุกชนิด ผักกาดและผักใบเขียวทั้งหลาย ผลไม้สด เช่น ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ ลิ้นจี่ พุทรา มะกอก เงาะ แคนตาลูป ส้ม แอปเปิล มะเขือเทศ สับปะรด

Tagged: Tags